แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ torutaka แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ torutaka แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

Fanfic One Ok Rock [Toru x Taka] : Dating on Four Wheel


 
 
 
Shot Fiction  : Dating on Four Wheel

Author : froridy

Relationships : ToruTaka

Fandom  : One ok rock

Warning  : Yaoi

Note : เนื้อหาตามชื่อเรื่องเลยค่ะ

Summary: สักหน่อยไหม...นานๆ ที  ผมเอนศีรษะของตัวเอง แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้

 

 

 

 

Dating on Four wheel

 

 

 

เรากำลังอยู่ในเกมแอ็กชั่นไล่ล่าของหนังเรื่องไหนกันอยู่ล่ะนี่?
 
 
ผมคิดขณะนั่งตัวขโยก ก้นไม่ติดเบาะอยู่ในรถโฟวิลร์สี่ล้อ โทรุมีสีหน้าจริงจังขณะบังคับพวงมาลัย โยกเกียร์ เหยียบคันเร่งเต็มสปีด เสียงหัวเราะร่าเริงเกินเหตุดังไล่หลัง เรียวตะสถาปนาบทบาทให้ตัวเองเป็นพระเอกหนัง และขับรถอีกคันไล่ล่าเราเหล่าผู้ร้ายอย่างสนุกสนาน ในขณะที่โทโมยะซึ่งนั่งข้างเรียวตะ มีสีหน้าไม่ต่างจากผม
 
 
โทรุหักเลี้ยวกะทันหัน เปลี่ยนเส้นทางฉับพลัน เขาซิกแซกไปตามแนวต้นไม้ในป่า นี่ถ้าพวกเจ้าหน้าที่มาเห็นว่านักร้องวงร็อคผู้โด่งดัง (ผมคิดว่าวงของเราดังนะ) กำลังทำตัวไร้สาระ โดยการเอารถที่เจ้าหน้าที่ให้ใช้ยืมขับไปกลับระหว่างอุทยานกับที่พักมาเล่นบ้าเล่นบออะไรแบบนี้ ก็ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าโทรุคิดอะไรอยู่ เขาทำหน้าเครียดเมื่อได้ยินเสียงเรียวตะ ขวามือมีทางแยกพอดี โทรุเลี้ยวเข้าไป แฉลบเข้าพุ่มไม้
 
 
ดูเหมือนว่าเราจะหนีรอดแล้วล่ะ...
 
 
“ทากะ” โทรุเรียกผม เขายังคงขับรถไปตามเส้นทางซึ่งต่อทอดกันอยู่ วิวทิวทัศน์เริ่มแปลกตา แผ่นฟ้ากำลังเข้ามาใกล้เรายิ่งขึ้น สักครู่หนึ่ง ซ้ายมือของผมก็ไร้สิ่งขวางกั้น
 
 
“อะไร” ผมขานรับเขา รอให้เขาเอ่ยชวนกลับที่พัก ยังไงก็หนีพ้นเรียวตะมันแล้ว
 
 
“ฉันว่าฉันหลงทาง”
 
 
“หา?!” ผมร้องเสียงหลง
 
 
“จริงๆ งงตั้งแต่ก่อนเลี้ยวมาทางนี้แล้วแหละ มัวแต่หนีเรียวตะ”
 
 
“ฉันว่านายมัวแต่ตั้งสมาธิกับเรื่องเดียวมากกว่า”
 
 
โทรุยักไหล่ เขาหักลบก้อนหิน อันที่จริงผมกลัวว่าเขาจะซุ่มซ่าม พารถไถลตกผาด้วยซ้ำ
 
 
“ไม่มีสะพานกั้นเลยแฮะ” โทรุบ่น “ถ้าตกไปจะเป็นยังไงล่ะเนี่ย”
 
 
“จะเหลือหรอ” ผมตอบอย่างระอา ผาเวิ้งก้นมืดซะขนาดนั้น แสดงว่าต้องลึกมากแน่ๆ
 
 
“ขับไปเรื่อยๆ ละกัน เดี๋ยวก็เจอทางไปต่อเอง” โทรุกล่าว เออ ให้มันได้อย่างนี้ ทำไมไม่หัดคิดมากในเรื่องอื่นๆ ให้เท่ากับเรื่องดนตรีบ้างนะ
 
 
ทางเริ่มแคบลงเรื่อยๆ ผมชักจะหวั่นว่าอาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับไป โทรุไม่สะทกสะท้าน เขาหาวหวอดหน้าตาเฉย
 
 
“ให้ตายเถอะ สูงชะมัด” เขาบ่นอีกครั้ง
 
 
“เห็นทางเชื่อมข้างหน้ามั้ย” ผมชี้ โทรุไม่ได้เหยียบคันเร่ง เขาค่อยๆประคองเครื่องไปสุดปลายของจุดหมาย โฟวิลร์โผล่ขึ้นเนินดิน ขับตะกุกตะกักไปตามแนวหิน ในที่สุดเราก็ผ่านบ้านพักเจ้าหน้าที่ กลับเข้าสู่บรรยากาศอันคุ้นเคย
 
 
 
 
“ทีหลังให้ฉันขับเองนะ” ผมรีบบอก เพราะพรุ่งนี้ยังคงเป็นวันหยุดอยู่ ไม่รู้หมอนี่จะเกิดอาร์ต ลากผมมานั่งประดับหน้ารถสมบุกสมบัน แล้วพาหลงอีกหรือไม่
 
 
โทรุถอนหายใจก่อนตอบ ดูเหมือนว่าเขาจะเสียดาย
 
 
“อืม รู้แล้ว”
 
 
 
 
“ทากะ” เขาเรียกผม เราเข้าเส้นทางเดิมที่ถูกเรียวตะขับไล่มา
 
 
“อะไร”
 
 
“วิทยุเสีย”
 
 
“แล้ว?” ดวงตาของเขาส่องประกาย ผมสีทองพราวระยับเหมือนรัศมีรอบดวงอาทิตย์
 
 
“ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ”
 
 
ผมอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะเยาะ “จะบ้าหรอ ตอนนี้เนี่ยนะ”
 
 
โทรุพยักหน้า
 
 
ช่วยไม่ได้ คำขอของคุณลีดเดอร์ทั้งที ผมจึงเริ่มต้นร้องเพลงขึ้นมา จริงๆ ถ้ามีกีต้าร์คงจะดีกว่านี้
 
 
 
 
รอยยิ้มบางเบาทิ้งอยู่ตรงมุมปากของเขา
 
 
ความเร็วต่อกิโลเมตรลดลง
 
 
ลมพัดเอื่อยลง
 
 
จังหวะชีวิตช้าลง
 
 
 
แต่ริมฝีปากที่ฉกแก้มผมนั้นรวดเร็ว โทรุทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมได้แต่จับแก้มตัวเอง บ่นอุบอิบ เห็นหน้าแดงแจ๋ผ่านกระจกข้าง แล้วนึกอยากกระโดดลงข้างทาง
 
 
“ไอ้บ้า” ผมอดที่จะด่าเขาไม่ได้
 
 
โทรุยิ้ม เขาไม่ได้หันมามองผม
 
 
หลังคาบ้านพักอยู่ไม่ไกล น่าแปลกที่ผมอยากให้ทางมันยาวกว่านี้
 
 
 
สักหน่อยไหม...นานๆ ที
 
 
 
ผมเอนศีรษะตัวเอง แกล้งไม่รู้ไม่ชี้ซบไหล่ของมือกีต้าร์ ผมไม่ยอมมองโทรุ แต่กระนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเขา
 
         
 
 
 
“หาเจอแล้ว! วู้ว!!” เสียงเรียวตะฝ่าลมมากระแทกหูอย่างจัง พร้อมเครื่องยนต์ไล่หลังดังกระหึ่ม ผมยกหัวออกจากไหล่โทรุแทบไม่ทัน เจ้าคนขับรถกระแอมแก้เขินเช่นกัน
 
และเราก็เปลี่ยนบรรยากาศสวีทหวาน ให้กลายเป็นหนังแอ็กชั่นไล่ล่าอีกครั้ง
 
 
 
 
 
 

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Facfic One Ok Rock [Toru x Taka] : Pray to the moon and the stars


 
 
 
Pray to the moon and the stars
 






ทากะฮิโระคิดว่ายามาชิตะ โทรุ เหมาะกับผมสีทอง
 

มันทำให้เขาดูราวกับพระจันทร์ที่อาบย้อมด้วยเปลวเพลิง ท่ามกลางความมืดที่คลอบคลุมพื้นที่คอนเสิร์ต แสงไฟริบหรี่จากแท่งไฟของแฟนคลับและเวที ล้อมรอบเหมือนกับดาว ชายหนุ่มเคลื่อนไหวไปพร้อมกับกีร์ต้า บรรเลงทำนองเคียงคู่กับเสียงของเขา ทุกครั้งที่หันไปจะเห็นชายหนุ่มกระตุกยิ้มให้เล็กๆ ทากาฮิโระขึ้นเสียงสูง คล้ายกับจะกู่ร้องให้ถึงสวรรค์ โทรุก็เช่นกัน แต่เขาส่งมันผ่านดนตรี

 
ทากะฮิโระคิดถึงอดีตชั่วครู่หนึ่ง ตอนที่ทำนองค่อยๆ คลายตัวลงแล้วมีเวลาพักเสียง กุมไมค์พลางจินตนาการภาพซ้อนทับของเมื่อหลายปีก่อน ที่ตรงหน้าเวทีไม่ใช่แฟนคลับจำนวนมาก แต่เป็นนักท่องกลางคืนและโต๊ะอาหาร บรรยากาศมืดสลัวคล้ายกันแต่เต็มไปด้วยกลิ่นสุรา ทากะฮิโระก้มหน้าร้องเพลง รองเท้าไม่ได้น่าสนใจ แต่ดีกว่ามองไปทางข้างหน้าที่มัวหม่น
 

“ทำไมเอาแต่มองพื้นล่ะ”
 

เขาเงยหน้ามอง โทรุในตอนนั้นยังมีผมสีดำ ใบหน้านิ่งเฉย แม้แต่ดวงตาที่แสดงความสนใจยังดูโปนดุ เขาคิดว่าโทรุตาค่อนข้างโปน
 

พูดอีกสองสามประโยคแล้วตบท้ายด้วยคำว่า “ถ้าไม่สนุก ก็มาเล่นกับฉัน”
 

อวดดีและน่ารำคาญ
 

เหมือนคิ้วจะเลิกขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม ยามาชิตะ โทรุ เป็นลูกค้า เขาทำเมินไม่ได้ แต่หมอนี้ตื้ออย่างดื้อดึงให้ไปร่วมทำวงดนตรีมาได้พักหนึ่งแล้ว อีเมลล์โดนถล่มนับร้อยฉบับ เขาอ้าปากจะปฏิเสธต่อ แต่นักดนตรีด้านหลังเริ่มบรรเลงตัวโน๊ตแล้ว นึกโมโหอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเพลงมาก็เริ่มเปล่งเสียง ก้มหน้ามองรองเท้าเช่นเดิม
 
 

ต่างจากปัจจุบันที่ตอนนี้ทำนองเริ่มไต่ระดับสูง ทากาฮิโระมองไปข้างหน้าที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยับ ถึงจะมืดแต่ก็มองเห็นทาง ขอบคุณความดื้อของอีกฝ่ายที่ทำให้เขายืนอยู่ตรงนี้
 

ขอบคุณที่กระชากออกจากฝันร้าย
 

ดวงตาสบกันอย่างรู้ความหมาย ทากาฮิโระร้องท่อนฮุกของเพลง notes ‘n’ word ขณะจ้องตาเพื่อนร่วมวง อีกครั้งที่โทรุยิ้มตอบรับน้อยนิดกลับมาซึ่งดูกวนประสาทเหลือทน ถ้าไม่ได้อยู่บนเวทีเขาคงหาทางทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายสักป้าบ แต่คิดอีกแง่...แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

 
 

โทรุเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของทากะฮิโระ เขานึกชื่นชมความเหมาะเจาะได้รูปที่แฝงส่วนที่ไม่สมบูรณ์แบบ ผมที่ตัดสั้น รอยสักบนแขน เสียงที่แหลมก้องเหมือนระฆัง มันอ่อนโยนในความรู้สึกเมื่อเจ้าตัวสบตาเขาด้วยดวงตาที่เศร้าล้ำลึก ริมฝีปากวาดยิ้ม
 

ช่างเป็นเพลงร็อคที่หวานเสียนี่กะไร เหมือนน้ำตาลไหม้ เป็นความรักที่ผสมไปกับเสียงของกีร์ต้า กลอง และเบส ผสานกลมกลืนกับเสียงร้อง มันคือเพลงที่งดงาม แม้ว่าพระเจ้าจะไม่มีวันได้ยิน
 

น้ำตานายไหลนะทากะ
 

โทรุบอกด้วยสายตา
 
เจ้าคนอ่อนไหว มักจะเสียน้ำตาได้ง่าย เขาเข้าใจในอารมณ์ศิลปินของอีกฝ่ายดี แต่สาเหตุของการร้องไห้มาจากจิตใจที่ดีงาม และความเจ็บปวดในอดีตด้วย
 

เขาก้มลงมองปลายเท้าเหมือนใครบางคนเมื่อก่อน แต่มองเพื่อซ่อนยิ้ม เพลงยังคงบรรเลงตลอดคืนฤดูหนาว นอกตึกคงถูกหิมะทับถม

 


“ผ่านไปด้วยดี” โทรุกล่าวทักคนที่ออกมายืนพิงระเบียงทั้งที่อากาศหนาว จุดไฟแช็กติดปลายบุหรี่แล้วพ่นควัน
 

“อืม” ครางรับสั้นๆ ไม่แสดงท่าทีรังเกียจบุหรี่แม้ตนไม่สูบ
 

“วันนี้วันสิ้นปี อีกไม่กี่นาทีจะปีใหม่แล้ว”
 

“อ่าฮะ ฉันรู้น่า” ทากะฮิโระดูนาฬิกา “ใกล้จะนับถอยหลังแล้วแหละ”
 

สิบ...เก้า...แปด...เจ็ด
 

เสียงนับดังมาจากบริเวณใกล้เคียง เมืองโตเกียวยังคงไม่หลับใหล
 

แสงไฟทำให้ผมสีทองของโทรุเปล่งประกาย ดวงตาดำขลับมองเขาด้วยแววมั่นคง ให้สัญญา
 

“คิดจะทำอะไรน่ะเจ้าบ้า”
 

“นายก็รู้”
 

โทรุตอบ เขาดึงแท่งบุหรี่ออก ก้มหน้าลง ทากาฮิโระถอนหายใจก่อนจะหลับตา  
 

หก...ห้า...สี่...สาม...สอง...หนึ่ง        
 

พลุถูกจุดขึ้นฟ้า ราตรีสว่างไสว โทรุถอนริมฝีปากออก เขาหันไปมองดอกไม้ไฟที่กระจายตัวสวยงาม มือวางทับนิ้วเย็นเฉียบของทากาฮิโระบนระเบียง
 

อีกครั้งที่หนทางข้างหน้าแจ่มชัด พระจันทร์และดาวส่องแสง เพลงรักประสานกลืนแผลแห่งอดีต
 

พวกเขาต่างอธิฐานต่อปัจจุบันและอนาคตที่งดงาม